รถยนต์ก็เหมือนร่างกายคนครับ ใช้งานไปนานๆ ย่อมมีความเสื่อมสภาพ ต้องเข้าอู่เช็กระยะ หรือบางครั้งโชคร้ายเกิดอุบัติเหตุหรือระบบสำคัญพังเสียหาย (เช่น เกียร์พัง, เครื่องยนต์น็อก) ซึ่งค่าใช้จ่ายอาจพุ่งสูงถึงหลักหมื่นหรือหลักแสนบาท เมื่อรถต้องซ่อมเพื่อนำกลับมาใช้งาน แต่เงินสดในกระเป๋าไม่พร้อม “สินเชื่อ ซ่อมรถยนต์” จึงเป็นทางออกที่หลายคนค้นหา บทความนี้จะมาไขข้อข้องใจว่าสินเชื่อประเภทนี้มีจริงหรือไม่ และเราจะหาเงินก้อนจากไหนมาจ่ายค่าซ่อมรถได้บ้างครับ
สินเชื่อซ่อมรถยนต์ คืออะไร? รถพังไม่มีเงินซ่อม กู้ที่ไหนได้บ้าง?
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนครับว่า ในตลาดสถาบันการเงินไทย ส่วนใหญ่ “ไม่มี” ผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า “สินเชื่อเพื่อการซ่อมรถยนต์” โดยเฉพาะเจาะจง (เหมือนที่มีสินเชื่อซ่อมบ้าน)
แต่เมื่อเราเดือดร้อนเรื่องค่าซ่อมรถ เราสามารถประยุกต์ใช้ “สินเชื่อประเภทอื่นๆ” มาเพื่อวัตถุประสงค์นี้ได้ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ทางเลือกหลักๆ ตามความเหมาะสมของแต่ละคนดังนี้ครับ
ทางเลือกที่ 1: สินเชื่อรถแลกเงิน (Car for Cash) – “ทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด”
หากคุณเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ “ผ่อนหมดแล้ว” (ปลอดภาระ) นี่คือทางเลือกที่ดีที่สุดและดอกเบี้ยต่ำที่สุดครับ
-
หลักการ: นำ “เล่มทะเบียนรถ” ของรถคันที่คุณจะซ่อม (หรือคันอื่นที่มี) ไปเป็นหลักประกันเพื่อขอกู้เงินสดก้อนใหม่
-
ทำไมถึงเหมาะกับการซ่อมรถ:
-
ดอกเบี้ยต่ำ: ดอกเบี้ยถูกกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลหรือบัตรกดเงินสดมาก (เริ่มต้นประมาณ 0.xx% ต่อเดือน)
-
วงเงินสูง: ได้วงเงินตามราคาประเมินรถ ซึ่งมักจะครอบคลุมค่าซ่อมหนักๆ (Overhaul) ได้สบาย
-
ไม่ต้องจอดรถ: สินเชื่อประเภทนี้ (จำนำทะเบียน) คุณแค่ฝากเล่มไว้ เมื่อซ่อมรถเสร็จ คุณก็นำรถกลับมาขับทำมาหากินได้ตามปกติ
-
-
ข้อจำกัด: รถต้องผ่อนหมดแล้ว และต้องรออนุมัติ 1-3 วัน (อาจไม่ทันทีเท่าบัตรเครดิต)
ทางเลือกที่ 2: สินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) – “สำหรับคนไม่มีรถปลอดภาระ”
หากรถของคุณยังผ่อนไม่หมด หรือไม่อยากนำรถไปเข้าไฟแนนซ์ “สินเชื่อส่วนบุคคล” (เงินก้อนโอนเข้าบัญชี) คือทางออกถัดมา
-
หลักการ: กู้เงินก้อนโดยใช้ “เครดิต” ของตัวบุคคล (รายได้ + ประวัติการชำระหนี้) ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
-
ทำไมถึงเหมาะ:
-
กู้ง่าย: ไม่ต้องมีขั้นตอนตรวจสภาพรถ ไม่ต้องโอนเล่ม
-
ได้เงินก้อน: นำเงินสดไปจ่ายอู่ซ่อมรถได้ทันที แล้วค่อยผ่อนคืนธนาคารเป็นรายเดือน
-
-
ข้อจำกัด:
-
ดอกเบี้ยสูงกว่า: เนื่องจากไม่มีหลักประกัน ดอกเบี้ยจะสูงกว่ารถแลกเงิน (สูงสุด 25% ต่อปี)
-
ต้องเครดิตดี: ผู้กู้ต้องมีประวัติเครดิตบูโรดี และมีฐานเงินเดือนตามเกณฑ์
-
ทางเลือกที่ 3: บัตรกดเงินสด หรือ ผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต – “สำหรับซ่อมด่วน/ยอดไม่สูง”
สำหรับค่าซ่อมที่ไม่สูงมาก หรือต้องการความรวดเร็วที่สุด การใช้บัตรที่มีอยู่แล้วคือคำตอบ
-
หลักการ: รูดบัตรเครดิตจ่ายค่าซ่อม หรือกดเงินสดจากบัตรกดเงินสดมาจ่าย
-
ทำไมถึงเหมาะ:
-
เร็วที่สุด: แก้ปัญหาหน้างานได้ทันที เอารถออกจากอู่ได้เลย
-
โปรโมชั่น 0%: ศูนย์บริการรถยนต์ชั้นนำ (เช่น B-Quik, Cockpit) หรือศูนย์บริการมาตรฐาน มักมีโปรโมชั่น “ผ่อนค่าซ่อม 0% นาน 3-10 เดือน” กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ (อันนี้คุ้มที่สุด เพราะไม่เสียดอกเบี้ย)
-
-
ข้อจำกัด:
-
ดอกเบี้ยแพงสุด: หากไม่ใช่โปร 0% การกดเงินสดหรือรูดแล้วจ่ายขั้นต่ำ จะโดนดอกเบี้ยสูงถึง 16-25% ต่อปี
-
วงเงินจำกัด: อาจไม่พอสำหรับค่าซ่อมเครื่องยนต์หรือเกียร์หลักแสน
-
เปรียบเทียบชัดๆ กู้แบบไหนเหมาะกับคุณ?
| หัวข้อเปรียบเทียบ | สินเชื่อรถแลกเงิน | สินเชื่อส่วนบุคคล | บัตรเครดิต/กดเงินสด |
| หลักประกัน | ใช้เล่มทะเบียนรถ | ไม่ต้องใช้ | ไม่ต้องใช้ |
| ดอกเบี้ย | ต่ำ – ปานกลาง | ปานกลาง – สูง | สูง (ยกเว้นมีโปร 0%) |
| ความเร็วอนุมัติ | 1 – 3 วัน | 1 – 3 วัน | ทันที (ถ้ามีบัตร) |
| วงเงิน | สูง (ตามราคารถ) | 1.5 – 5 เท่ารายได้ | ตามวงเงินบัตร |
| เหมาะกับ | ซ่อมหนัก / มีรถปลอดภาระ | ไม่มีรถปลอดภาระ / เครดิตดี | ซ่อมเบา / ต้องการด่วน |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการหาเงินซ่อมรถ
Q1: รถเสีย ขับไปตรวจสภาพไม่ได้ จะขอสินเชื่อรถแลกเงินยังไง? A: สถาบันการเงินบางแห่งมีบริการ “เจ้าหน้าที่เดลิเวอรี่” ไปตรวจสภาพรถและรับเอกสารให้ถึงที่บ้านหรืออู่ซ่อมรถครับ คุณสามารถสอบถามกับเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ได้โดยตรงว่ามีบริการนอกสถานที่หรือไม่
Q2: ติดเครดิตบูโร (ติดแบล็กลิสต์) กู้เงินซ่อมรถได้ไหม? A:
-
สินเชื่อส่วนบุคคล/บัตร: ยากมากครับ สถาบันการเงินในระบบมักไม่อนุมัติ
-
สินเชื่อรถแลกเงิน: พอมีโอกาสครับ โดยเฉพาะกับผู้ให้บริการ Non-Bank บางรายที่อาจพิจารณาจากมูลค่ารถเป็นหลัก แต่อาจได้วงเงินลดลงหรือดอกเบี้ยสูงขึ้น
Q3: ไม่มีสลิปเงินเดือน (ค้าขาย/ฟรีแลนซ์) กู้ได้ไหม? A: ได้ครับ แนะนำ “สินเชื่อรถแลกเงิน” จะง่ายที่สุด เพราะไฟแนนซ์จะดู “รถ” เป็นหลักประกัน ประกอบกับรายการเดินบัญชี (Statement) เพื่อดูความสามารถในการผ่อนชำระครับ
รถพัง อย่าเพิ่งพังตาม
เมื่อเจอค่าซ่อมรถก้อนโต ให้ตั้งสติและตรวจสอบโปรโมชั่นที่อู่หรือศูนย์บริการก่อนว่ามี “ผ่อน 0% บัตรเครดิต” หรือไม่ ถ้ามี นั่นคือทางเลือกที่ดีที่สุด
แต่ถ้าไม่มีบัตร หรือวงเงินไม่พอ และคุณมีรถที่ผ่อนหมดแล้ว “สินเชื่อรถแลกเงิน” คือทางเลือกที่ฉลาดที่สุดในการหาเงินก้อนมาจ่ายค่าซ่อม เพราะดอกเบี้ยต่ำและผ่อนได้ยาว ช่วยให้คุณนำรถกลับมาใช้งานและบริหารสภาพคล่องได้ดีที่สุดครับ
อ่านบทความเกี่ยวกับสินเชื่อรถกระบะเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ใส่ความเห็น