ประกันสินเชื่อรถยนต์ ราคาเท่าไหร่? เช็กวิธีคิดเบี้ยก่อนเซ็นสัญญา

ประกันสินเชื่อรถยนต์ ราคาเท่าไหร่? เช็กวิธีคิดเบี้ยก่อนเซ็นสัญญา

หลายคนตกใจเมื่อเห็นตัวเลขเบี้ยประกันหลักหมื่นในสัญญา และเกิดคำถามว่า “ประกันสินเชื่อรถยนต์ ราคาเท่าไหร่กันแน่?” ทำไมแต่ละคนราคาไม่เท่ากัน? และถ้ามันแพงเกินไป เราไม่ทำได้ไหม?

บทความนี้จะมาแจกแจงที่มาของราคา วิธีคำนวณ และความคุ้มค่า เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ว่าควรจ่ายเงินก้อนนี้หรือไม่ครับ

ประกันสินเชื่อรถยนต์ ราคาเท่าไหร่? เช็กวิธีคำนวณเบี้ย ความจำเป็น และความคุ้มค่า

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า “ประกันสินเชื่อรถยนต์” (Credit Life Insurance) หรือที่มักเรียกกันว่า “ประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ” ไม่ใช่ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, 2, 3 นะครับ แต่เป็นประกันชีวิตรูปแบบหนึ่ง ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ “ปิดหนี้รถแทนเรา” หากเราเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร เพื่อไม่ให้ภาระหนี้ตกไปสู่ลูกหลานหรือคนค้ำประกัน

 

ประกันสินเชื่อรถยนต์ ราคา (เบี้ยประกัน) คิดจากอะไร?

สาเหตุที่คุณหา “ราคาตายตัว” ในอินเทอร์เน็ตไม่เจอ เพราะเบี้ยประกันตัวนี้ “แปรผันตามความเสี่ยงรายบุคคล” ครับ โดยบริษัทประกันจะคำนวณราคาจาก 4 ปัจจัยหลัก ดังนี้:

  1. วงเงินกู้ (ยอดจัดไฟแนนซ์):

    • ยิ่งกู้เยอะ เบี้ยยิ่งแพง (เพราะบริษัทประกันต้องรับผิดชอบหนี้ก้อนใหญ่กว่า)

  2. ระยะเวลาผ่อน:

    • ยิ่งผ่อนนาน (เช่น 72-84 งวด) เบี้ยยิ่งแพง (เพราะระยะเวลาคุ้มครองนานขึ้น ความเสี่ยงมากขึ้น)

  3. อายุผู้กู้:

    • ยิ่งอายุเยอะ เบี้ยยิ่งแพง (เพราะความเสี่ยงทางสุขภาพและการเสียชีวิตสูงกว่าคนหนุ่มสาว)

  4. เพศ:

    • โดยสถิติทางประกันภัย เพศชายมักจะมีเบี้ยประกันสูงกว่าเพศหญิงเล็กน้อย (เนื่องจากความเสี่ยงในการใช้ชีวิต)

 

ราคาประมาณการ: ต้องจ่ายกี่บาท?

แม้จะระบุเป๊ะๆ ไม่ได้ แต่จากสถิติในตลาด ราคาประกันสินเชื่อรถยนต์ มักจะอยู่ที่ประมาณ 2% – 5% ของยอดจัดไฟแนนซ์ ครับ (เป็นการจ่ายครั้งเดียวจบ หรือ Single Premium)

ตัวอย่างการคำนวณ (โดยประมาณ): สมมติคุณกู้ซื้อรถ ยอดจัด 500,000 บาท

  • เคส A (ถูก): อายุน้อย, ผ่อนสั้น (4 ปี) -> เบี้ยอาจอยู่ที่ ~10,000 – 15,000 บาท

  • เคส B (แพง): อายุมาก, ผ่อนยาว (7 ปี) -> เบี้ยอาจพุ่งไปถึง ~20,000 – 35,000 บาท

หมายเหตุ: ตัวเลขนี้เป็นเพียงการประมาณการ ของจริงขึ้นอยู่กับตารางเบี้ยของบริษัทประกันคู่สัญญาไฟแนนซ์นั้นๆ

วิธีการจ่าย: จ่ายเงินสด หรือ รวมในยอดจัด?

ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์จะเสนอให้ “รวมค่าเบี้ยประกันเข้าไปในยอดจัดไฟแนนซ์” ครับ

  • ข้อดี: ไม่ต้องควักเงินสดก้อนโตจ่ายทีเดียว

  • ข้อเสีย: คุณจะต้อง “เสียดอกเบี้ย” ของยอดค่าเบี้ยประกันนี้ไปด้วย ตลอดอายุสัญญา (กลายเป็นเสียดอกเบี้ยซ้อนเบี้ยประกัน)

คำแนะนำ: หากคุณมีเงินก้อนและตัดสินใจจะทำประกันตัวนี้ การ “จ่ายสดแยกต่างหาก” จะคุ้มค่ากว่ามาก เพราะไม่ต้องเสียดอกเบี้ยไฟแนนซ์ครับ

แพงขนาดนี้… ไม่ทำได้ไหม?

คำถามยอดฮิตคือ “บังคับไหม?” คำตอบตามกฎหมาย คปภ. คือ “ไม่บังคับครับ” เป็นความสมัครใจ 100%

แต่! ในทางปฏิบัติ ไฟแนนซ์มักจะมี “ข้อเสนอแลกเปลี่ยน” มาให้คุณตัดสินใจ:

  • ทางเลือก 1: ไม่ทำประกันสินเชื่อ -> ได้ดอกเบี้ยรถยนต์เรตปกติ (เช่น 2.99%)

  • ทางเลือก 2: ยอมทำประกันสินเชื่อ -> ได้ส่วนลดดอกเบี้ยรถยนต์ (เช่น ลดเหลือ 2.79%)

ความคุ้มค่า: คุณต้องลองกดเครื่องคิดเลขดูว่า “ส่วนลดดอกเบี้ยที่ได้ ประหยัดเงินไปกี่บาท” เทียบกับ “ค่าเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายเพิ่ม” อันไหนคุ้มกว่ากัน

  • ถ้ายอดจัดสูงๆ: ส่วนลดดอกเบี้ยมักจะคุ้มกว่า และได้ความคุ้มครองแถมมาด้วย

  • ถ้ายอดจัดน้อยๆ: ส่วนลดดอกเบี้ยอาจน้อยกว่าค่าเบี้ยประกัน (แปลว่าไม่ทำคุ้มกว่า)

 

ใครบ้างที่ “ควรทำ” ประกันสินเชื่อรถยนต์ (แม้ราคาจะสูง)

แม้จะเป็นรายจ่ายเพิ่ม แต่สำหรับบางคน มันคือเกราะป้องกันที่จำเป็นมากครับ:

  1. เสาหลักของครอบครัว: หารายได้คนเดียว ถ้าเราเป็นอะไรไป ครอบครัวไม่มีปัญญาผ่อนรถต่อแน่ๆ

  2. อาชีพที่มีความเสี่ยง: ขับรถทางไกลบ่อย ทำงานในพื้นที่เสี่ยง

  3. ไม่อยากเดือดร้อนคนค้ำ: ถ้าเราตาย คนค้ำประกันต้องรับหนี้แทน การทำประกันจะช่วยตัดวงจรนี้ได้

 

เมื่อเจ้าหน้าที่ถามเรื่องประกันสินเชื่อ อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธ หรือรีบตอบรับ ให้ถาม 3 คำถามนี้ก่อนครับ:

  1. “เบี้ยประกันเท่าไหร่ครับ?” (ขอดูตัวเลขชัดๆ)

  2. “คุ้มครองกี่ปี?” (บางทีเบี้ยถูก เพราะคุ้มครองแค่ 1-2 ปีแรก ไม่ได้ครอบคลุมทั้งสัญญา)

  3. “ถ้าทำแล้ว ดอกเบี้ยรถลดลงเท่าไหร่?” (เพื่อนำมาคำนวณความคุ้มค่า)

การรู้ “ราคาประกันสินเชื่อรถยนต์” ที่แท้จริง จะช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้แม่นยำ และไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบครับ

อ่านบทความเกี่ยวกับสินเชื่อรถกระบะเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ข้อมูลเว็บสินเชื่อรถยนต์จากธนาคารแห่งประเทศไทย

Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *